|
ความเป็นมา
จากจุดเริ่มต้นที่พาลูกชายไปนั่งรถม้าเมืองลำปาง ทำให้เขาทราบว่าม้าส่วนใหญ่มาจากอุบลฯ สืบค้นต่อก็พบว่าบางอำเภอของอุบลฯ อย่างวารินชำราบ เคยมีรถม้าวิ่งให้บริการ แต่เลิกราไปนานแล้ว ความสงสัยเริ่มเกาะกุมใจชายหนุ่มว่าม้าหายไปไหน เขาตัดสินใจตามไปดูที่ตลาดนัดวัวควาย จึงพบชาวบ้านจูงม้ามาขายกันเป็นฝูงๆ จุดหมายคือส่งเข้าโรงเชือด เอาไปทำลูกชิ้นปนไปกับเนื้อวัวเนื้อควาย แต่นานวันเข้า ม้าค่อยๆ หายไปจากตลาดนัด
"...ผมถามชาวบ้านว่าม้าหายไปไหน เขาบอกเดี๋ยวนี้ไม่มีใครใช้ม้า เขาขี่มอเตอร์ไซค์กันหมดแล้ว บางคนปล่อยม้าอดจนตายไปเอง ผมคิดว่าขืนปล่อยไปอย่างนี้มีหวังสูญพันธุ์ จึงเริ่มซื้อม้ามาเลี้ยงตัวละ 7,500 บางทีเงินไม่พอ ซื้อได้แต่ลูกม้าราคา 3,000 ส่วนแม่ม้าต้องปล่อยให้กลายเป็นลูกชิ้นไป..."
ชูชาติ วารปรีดี ครูสอนพลศึกษา โรงเรียนประถมบ้านด่าน อำเภอโขงเจียม เล่าโดยสายตายังไม่ละจากเจ้าตองอู ม้าตัวโปรด ความจริงเขาเป็นชาวลำปาง แต่พรหมลิขิตให้มาเป็นเขยอุบลฯ จึงย้ายมาเป็นครูอยู่ที่นี่ ที่ซึ่งพลิกชีวิตให้เขามาคลุกคลีอยู่กับม้า เป็นผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน
"...เริ่มเลี้ยงม้าใหม่ๆ ชาวบ้านแถวนี้ไม่ชอบเลย เพราะตอนกลางวันผมสอนหนังสือ ปล่อยม้าหากินเอง มันก็เข้าไปกินน้ำในตุ่มของชาวบ้าน ทำตุ่มเขาแตกบ้าง เข้าไปกินข้าวในนาเขาบ้าง บางตัวโดนเอามีดเขวี้ยง บาดเจ็บกลับมา เราก็ได้แต่ขอโทษเขา แล้วก็รักษาม้าของเราไป..."
แต่วันนี้สถานการณ์คลี่คลาย เมื่อชาวบ้านพบว่ามูลม้านั้นมีราคา เพราะมีคนรับซื้อไปเพาะเห็ดฟางในอัตรากิโลกรัมละ 7 บาท เก็บขายแต่ละวันก็พอเป็นค่ากับข้าวสบายๆ อีกทั้งเมื่อชูชาติเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวขี่ม้าเที่ยวชมธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ระยะทางราว 3 กิโลเมตร ก็เริ่มมีชาวบ้านสนใจจะเลี้ยงม้าพันธุ์พื้นเมืองกันมากขึ้น
ทุกๆ เช้า ครูหนุ่มจะตื่นตั้งแต่ตี 4 จัดการธุระส่วนตัวแล้วก็เริ่มให้อาหารม้า ทั้งฟางและรำผสมข้าวเปลือกคลุกกับน้ำ แล้วเติมเกลือเป็นสารอาหารให้ม้า 30 ตัว จนเกือบ 8 โมงจึงไปสอนหนังสือ ตกเย็นราว 4 โมงครึ่ง ก็กลับมาต้อนม้าเข้าคอก ถ้ามันไปเที่ยวกันไกลๆ ก็ต้องขี่จักรยานยนต์ไปตาม ไม่เช่นนั้นอาจโดนรถชนเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงต้องรักษาพยาบาลม้า แต่เขายังต้องควักค่าเสียหายจ่ายให้คนขับรถกว่า 5,000 บาท โทษฐานที่ปล่อยม้าวิ่งทะเล่อทะล่าขึ้นมาบนถนน ภารกิจเหล่านี้ยังมีเขาแบกรับเป็นหลัก
วันนี้ ด้วยความเชื่อมั่นว่าม้าไทยพันธุ์พื้นบ้านสามารถฝึกฝนได้อย่างม้าฝรั่ง ชูชาติตั้งหวังจะเปิด "โฮมสเตย์" ให้นักท่องเที่ยวมาพัก มาขี่ม้าชมธรรมชาติ และไม่ร้องขออะไรมากจากทางราชการ นอกจากการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวรู้จัก และขออาหารเสริม ยาถ่ายจากปศุสัตว์บ้าง เพราะทุกวันนี้ปศุสัตว์มีแต่งบประมาณสำหรับวัว แต่ไม่มีสำหรับม้า เขาจึงต้องช่วยตัวเองด้วยการใช้สมุนไพรไปตามกำลังความสามารถ"
...เขาเคยรบเพื่อบ้านเพื่อเมือง ควรให้เขามีแผ่นดินอยู่ ถ้าเราปล่อยให้เขาสูญพันธุ์ ก็เหมือนเราลืมตัวเราเอง ผมไม่รู้ว่าจะสู้ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่จะพยายาม เพราะมีคนมาให้กำลังใจ เอาลูกมาฝึกขี่ม้า เหมือนได้รางวัลเป็นความสุขทางใจของตัวเราและครอบครัว ผมรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่ากำลังทำเพื่อชาติ จะมีใครรู้หรือไม่...ไม่สำคัญ ยังไงก็จะทำต่อไปจนกว่าจะไม่ไหวจริงๆ..."
วัตถุประสงค์ของชมรมอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้าน อ. สิรินธร จ. อุบลราชธานี
1. ต้องการอนุรักษ์ม้าพันธุ์พื้นบ้านให้อยู่คู่เมืองอุบลฯตลอดไป
2. ต้องการหารายได้เพื่อใช้ในการเลี้ยงม้าในชมรมให้พอเลี้ยงตัวเองได้
3. ต้องการช่วยเหลือเยาวชนที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ของชมรมให้มีรายได้บ้างตามสมควร
4. ต้องการให้เยาวชนและผู้สนใจ ได้เรียนรู้และร่วมกันอนุรักษ์ม้าและทรัพยากร ธรรมชาติ โดยใช้กิจกรรมต่อเนื่อง
5. ต้องการอนุรักษ์ภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่ตลอดไป
6. เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกของเยาวชน ให้รักท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในกิจกรรม อนุรักษ์ธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่น
กิจกรรมของชมรมฯ
1. รับสอนการขี่ม้า
2. Homestay
3. ขี่ม้าสำหรับศึกษาธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
4. ม้าบำบัดสำหรับเด็กพิเศษ
|